โปรแกรมขจัดเซลล์ไขมันส่วนเกิน (Coolsculpting)

เทคโนโลยีคูลสคัลป์ติ้ง (Coolsculpting)

คืออะไร คือเทคโนโลยีที่ใช้ความเย็นฆ่าเซลล์ไขมันใต้ผิวเฉพาะที่ แบบไม่เจ็บตัว ไร้บาดแผล เห็นผลและปลอดภัย ด้วยกระบวนการไครโอไลโปไลซิส (Cryolipolysis™) ภายใต้การทำงานของคูลสคัลป์ในระยะเวลาที่เหมาะสมทำให้เซลล์ไขมันแข็งและตายในที่สุด ชั้นไขมันจึงบางลง หลังถูกทำให้ตายไปจะไม่ถูกสร้างขึ้นใหม่หรือกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีก การกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้จึงทำให้ลดจำนวนเซลล์ไขมันให้หายออกไปจากร่างกายเราคล้ายการดูดไขมัน

หลักการทำงาน

ปกติการลดน้ำหนักโดยควบคุมอาหารและออกกำลังกาย หรือกระชับสัดส่วนด้วยทรีตเมนต์ทั่ว ๆ ไปนั้น ไม่สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันลงได้ เพียงแต่เปลี่ยนขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลง หากอ้วนขึ้นเซลล์ไขมันเหล่านี้ก็พร้อมจะขยายขนาดขึ้นเช่นกัน ภายใต้หลักการทำงานที่ทำให้เกิดกระบวนการไครโอไลโปไลซิสของคูลสคัลป์ติ้ง เริ่มต้นโดยปล่อยคลื่นความเย็นผ่านแอปพลิเคเตอร์ด้วยแรงดูดที่เหมาะสมลงสู่ชั้นใต้ผิว ควบคุมรักษาระดับความเย็นไว้ที่ -12 องศา ระยะหนึ่ง จนเซลล์ไขมันแข็งตัวและเกิดกระบวนการตาย โดยมีระบบน้ำเหลืองช่วยกำจัดเซลล์ไขมันนี้ที่ตายออกจากร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อจำนวนเซลล์ไขมันลดลง ไขมันใต้ผิวจึงบางลง สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันบริเวณที่รักษาได้ 20-25% เซลล์ไขมันหลังถูกทำให้ตายจะไม่ถูกสร้างขึ้นใหม่หรือกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีก การกำจัดไขมันวิธีนี้ จึงทำให้เซลล์ไขมันหายออกไปจากร่างกายคล้ายกับการดูดไขมัน แตกต่างกันที่ไม่ทำให้เกิดบาดแผล ไม่ต้องการการพักฟื้นใด ๆ และปลอดภัยสูงและวิธีนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับเซลล์ข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นผิว เส้นเลือด เส้นประสาท หรืออื่น ๆ จะไม่ถูกทำลายแต่อย่างใด เซลล์ไขมันจะเริ่มตายหลังจาก 2-3 วันหลังการรักษา  ผลการรักษาสามารถเห็นได้ใน 3-6 สัปดาห์หลังจากการรักษา โดยร่างกายจะกำจัดออกไปได้เองด้วยวิธีธรรมชาติของร่างกาย การรักษานี้จะเน้นไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดที่มีการสะสมของไขมันซึ่งกำจัดยาก หรือกำจัดไม่ได้โดยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น บริเวณหน้าท้อง แผ่นหลัง บั้นเอว ข้างลำตัว ต้นแขน ต้นขาด้านในและด้านนอก รวมถึงหน้าอกที่มีไขมันส่วนเกินในผู้ชาย

 

เหมาะกับใคร

ผู้ที่มีปัญหาของไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนังเฉพาะจุด ได้แก่

  1. เอว

  2. หน้าอก (ชาย)

  3. ท้องแขน

  4. หน้าท้อง

  5. ต้นขา

  6. หลัง

การดูแลและข้อควรระวังหลังจากการทำการรักษา

  1. ควรทำหลังการผ่าตัด 8 เดือน เป็นต้นไป

  2. ดื่มน้ำเปล่าครบ 8 แก้ว ต่อวัน อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง 3 เดือน

  3. หลังจากทำการรักษาสองถึงสามวัน
    - ผิวมีสีแดงช้ำและบวม
    - เป็นตะคริวอ่อน ๆ และอาจจะมีอาการปวด
    - อาการชาในบริเวณการรักษาสามารถหายได้ในระยะเวลาสองถึงสามสัปดาห์

       4. หลังการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์
          - อาการคันและรู้สึกเสียวซ่าบริเวณที่ทำการรักษา

       5. ผลข้างเคียงอาจเกิดในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน ตามการวิจัยทางคลินิก 1 ผลข้างเคียงบางอย่างอาจจะลดลงโดย
          - ใช้ผ้าในการรัดพื้นที่การรักษา
          - ประคบเย็น
          - แผ่นความร้อนแปะ
          - การรัด (ชุดรัดรูปหรือสเตย์)
          - ใช้ยา Benadryl หรือ Ambien ในเวลากลางคืน
          - 
ทานยา Gabapentin / Neurontin / Lyrica

       6. อาจเกิดอาการเวียนศีรษะ, วิงเวียน, คลื่นไส้, ล้าง, เหงื่อออกและเป็นลมในระหว่างหรือหลังการรักษาได้ทันที (Vasovagal symptoms) ซึ่งต้องรีบแจ้งผู้ช่วยแพทย์และจะหายได้เอง
       7. อาจเกิดก้อนแข็งภายในพื้นที่การรักษาซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังการรักษาและมักจะหายไปเองโดยธรรมชาติภายใน 3 - 6 เดือน
       8. อาจเกิดอาการไม่สบายตัว ปวดบริเวณที่ทำซึ่งมักจะเริ่ม 3 - 4 วันหลังการรักษาและจะหายไปเองตามธรรมชาติโดยเฉลี่ยภายในเวลา 2 - 3 สัปดาห์
       9. อาจเกิดสีผิวที่เข้มขึ้นหลังการรักษา
       10. มีรอยแดงจากความเย็น อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการทำทรีตเมนต์ สามารถหายไปได้เอง
       11. หากมีการเพิ่มขึ้นของเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง (Paradoxical Adipose Hyperplasia หรือ PAH) หลังจากการทำ 5 เดือน ควรรีบกลับมาพบแพทย์
       12. ผู้ป่วยควรจะกลับมาหลังจากทำการรักษา 30 วันสำหรับการประเมินอีกครั้ง

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการรักษา

  • ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบเลือดและหลอดเลือด เช่น Cryoglobulinemia หรือ Paroxysmal Cold Hemoglobinuria (PCH)

  • ผู้ที่มีความไวต่อความหนาวเย็น เช่น ลมพิษหรือโรคเรย์โนด์ (Raynaud's disease)

  • บริเวณที่มีการไหลเวียนเลือดบกพร่อง

  • ผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น โรคประสาทโพสต์ herpetic หรืออักเสบเบาหวาน

  • ในบริเวณที่รับความรู้สึกของผิวบกพร่อง

  • ในบริเวณที่แผลเปิดหรือติดเชื้อ

  • ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ

  • ผู้ที่มีภาวะไส้เลื่อน

  • ในบริเวณที่มีปัญหาผิวเช่นกลาก, โรคผิวหนังหรือผื่นคัน

  • ผู้ที่ติดอุปกรณ์ใด ๆ ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจและเครื่องช็อกไฟฟ้า

  • สตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • ในบริเวณที่มีไขมันสะสมจากภายใน เช่น บริเวณหน้าท้องที่มีไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)

  • ผู้ที่แพ้ความเย็น หรือ มีความรู้สึกไวต่อความเย็น เช่น ลมพิษจากความเย็น (Cold urticaria) หรือ ภาวะเรย์โนด์ (Raynaud’s Phenomenon)

  • ผู้ที่มีรูปร่างผอมมาก

 

เรียบเรียงโดย  ฝ่ายพัฒนาและวิจัย  [ แก้ไขข้อมูล  4/11/59 ]

 ข้อมูลคลินิก เมดดิไซน์ ยินดีให้บริการ Work with Heart 
  Phone : 02-954-9440
           (เวลา 9:00-17:00 น.)
     Mobile : 089-900-6100
    Line : @medisci หรือ คลิก
   ลงทะเบียน : คลิก
Website : www.mediscicenter.com
  Location คลิก
 มีที่จอดรถรองรับ  

 ติดตามสาระน่ารู้ใหม่ๆได้ที่
Facebook: Medisci Anti-Aging

twitter: Medisci Anti-Aging

instagram: medisci

blockdit: คุยกับหมออัจจิมา

Youtube: คุยกับหมออัจจิมา

 
Podbean คุยกับหมออัจจิมา

Spotify คุยกับหมออัจจิมา
 
G
oogle Podcasts คุยกับหมออัจจิมา
 
Apple Podcasts คุยกับหมออัจจิมา
 
Soundcloud คุยกับหมออัจจิมา

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้