รู้จักกับ PRP คืออะไร ตัวช่วยฟื้นฟูผิวสวยด้วยเกล็ดเลือด

รู้จักกับ PRP คืออะไร ตัวช่วยฟื้นฟูผิวสวยด้วยเกล็ดเลือด”

 

   

prp growth factor

PRP ( Platelet Rich Plasma )
\การรักษาด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ การทำ PRP (Platelet Rich Plasma) เป็นที่นิยมและรู้จักอย่างแพร่หลาย ในต่างประเทศมักเรียกหัตถการนี้ว่า Vampire Therapy เนื่องจาก PRP มีคุณสมบัติในการกระตุ้นกระบวนการหายของบาดเเผล ช่วยรักษาการบาดเจ็บ จึงถูกนำมาใช้เพื่อรักษาการอักเสบ การบาดเจ็บของเอ็น กระดูก และกล้ามเนื้อ การใช้เพื่อการฟื้นฟูผิวและเสริมการรักษาปัญหาผิวหนังอื่นๆ เช่น ฝ้า แผลเป็น ผิวแตกลาย การรักษาเพื่อบรรเทาอาการผมร่วง ผมบาง หรือเสริมการรักษาหลังการปลูกผม รวมถึงการใช้เพื่อการรักษาในทางสูตินรี เป็นต้น

ลงทะเบีนเพื่อให้เราติดต่อกลับหาคุณ

ราคา

0.- บาท / ครั้ง

Promotion

ราคา

0.- บาท / ครั้ง

รู้จัก PRP Growth Factor

PRP คืออะไร

PRP ย่อมาจาก Platelet Rich Plasma ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจองค์ประกอบของเลือดกันก่อน โดยในเลือดของเราประกอบไปด้วย

1. พลาสมา (Plasma) หรือน้ำเลือด มีสีเหลืองอ่อนและใส ประกอบไปด้วยน้ำ โปรตีน เกลือแร่ วิตามิน ฮอร์โมน ก๊าซที่ละลายในน้ำเลือด (Blood gas) Growth factors ที่สำคัญ โดยพลาสมาโปรตีนจะช่วยในกระบวนการแข็งตัวและการสร้างร่างแหไฟบรินเพื่อให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

2. เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells) มีหน้าที่ขนส่งก๊าซออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆของร่างกาย

3. เม็ดเลือดขาว (White Blood Cells) มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย เพื่อป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย เมื่อร่างกายเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อขึ้น จะทำให้ปริมาณเม็ดเลือดขาวในร่างกายเพิ่มมากขึ้น

4. เกล็ดเลือด (Platelets) คือ ส่วนประกอบของเลือดชนิดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญมาก ในกลไกการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โดยมี Growth Factor ที่จำเป็น เช่น FGF, PDGF, TGF-ß, EGF, VEGF, IGF ซึ่งมีบทบาทในการกระตุ้น Stem cell ให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ นอกจากนี้เกล็ดเลือดยังกระตุ้นการทำงานของ Fibroblasts (เซลล์สร้างคอลลาเจน) และ Endothelial cell (เซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด) อีกด้วย

 

Platelet Rich Plasma (PRP) จึงเป็นการนำส่วนของพลาสมาที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดมากกว่าปกติ มาใช้ในการกระตุ้นกระบวนการต่างๆในร่างกายให้เกิดการฟื้นฟู ซ่อมแซม เนื่องจากในพลาสมามีโปรตีนที่สำคัญ คือ โกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor)

prp growth factor

Growth Factor ช่วยซ่อมแซมเซลล์ได้อย่างไร
โกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor) คือ กลุ่มของโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นได้เองตามธรรมชาติ มีบทบาทสำคัญที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของเซลล์ และการฟื้นฟูเซลล์ ได้แก่

  • ช่วยลดการอักเสบ
  • ช่วยการสมานบาดแผล (wound healing)
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และอิลาสติน
  • ช่วยฟื้นฟูเซลล์รากผม
  • ช่วยกระตุ้นให้เซลล์มีการแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้น

prp growth factor

ทำไมรักษาด้วย PRP แต่ละที่จึงให้ผลการรักษาแตกต่างกัน
ที่ เมดดิไซน์ คลินิก ใช้วิธีการสกัดโกรทแฟคเตอร์จากเลือดมาใช้ในรูปแบบ LP-PRP (Leukocytes Poor Platelet Rich Plasma) เพื่อการสกัดให้ได้ PRP โกรทแฟคเตอร์ ที่มีเซลล์ที่มีคุณภาพสูงและเกล็ดเลือดที่ยังมีชีวิตอยู่ มีการปนเปื้อนของเม็ดเลือดในปริมาณที่ต่ำมาก โดยมีการกำจัดเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวชนิดที่ก่อให้เกิดการอักเสบออก คงเหลือไว้เฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) และ โมโนไซต์ (Monocytes) รวมถึงได้ความเข้มข้นของเกล็ดเลือดที่สูงกว่าถึง 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณปกติในเลือด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจาก PRP แบบธรรมดา

 


LP-PRP ขั้นตอนการสกัดโกรทแฟคเตอร์คุณภาพสูง
การสกัดโกรทแฟคเตอร์จากเลือดในรูปแบบ LP-PRP นั้น มีความแตกต่างจาก การสกัดโกรทแฟคเตอร์จากเลือดในรูปแบบ PRP ทั่วๆไป คือ LP-PRP จะมีการใช้หลอดเก็บเลือด (tube) แบบพิเศษที่เรียกว่า RegenBCT® tube ซึ่งบรรจุเจลต้านการแข็งตัวของเลือด (sodium citrate anticoagulant) ที่มีค่า pH 7 ซึ่ง มีความเป็นกลาง จึงไม่ส่งผลไม่ดีต่อคุณภาพของเลือด รวมถึงใน tube ชนิดพิเศษนี้ จะมีเจลที่สามารถแยกพลาสมาและเกล็ดเลือดออกจากกันได้ นอกจากนี้แล้ว ยังใช้ปริมาณเลือดน้อยกว่าหลอดเก็บเลือด PRP แบบปกติ แต่สามารถกระตุ้นความเข้มข้นของเกล็ดเลือดได้มากกว่า โดยดำเนินกระบวนการทั้งหมดในระบบปิดปลอดเชื้อ (Sterile technique) จึงมั่นใจได้ในประสิทธิภาพและความปลอดภัย ผ่านมาตรฐาน ISO13485 ทั้งในอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย (อย.) 

 

prp growth factor

 

ขั้นตอนในการทำ LP-PRP

การทำ LP-PRP มาใช้ในเพื่อการรักษาทางการแพทย์ นั้น มีขั้นตอนการรักษา แทบไม่แตกต่างกับ PRP แบบปกติเลย โดยความแตกต่างจะเป็นในกรรมวิธีการคัดแยก เอาโกรทแฟคเตอร์จากกระบวนการคัดแยกแบบพิเศษ กระบวนการทั้งหมดอยู่ในระบบปิด ที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยสูง

การที่ LP-PRP นั้นอุดมด้วยตัวฟื้นฟู ซึ่งใช้ได้ทุกสภาพผิว ทั้งยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้สะดวก จึงสามารถรักษาได้ด้วยเทคนิคการฉีด การใช้ทาโดยตรงที่ผิว หลังการทำหัตถการกลุ่มเลเซอร์ต่างๆที่มีการเปิดผิว เพื่อเป็นช่องทางการทำเข้าของ โกรทแฟคเตอร์ ชนิด LP-PRP เช่น Pico Laser, Fractional CO2, Fractional Erbium หรือ กลุ่ม Fractional RF, และ Micro Needling RF เช่น Fractora, Venus Viva, Morpheus 8 หรือ Sylfirm X Plus เป็นต้น  

 

prp growth factor

PRP เหมาะกับใคร
PRP เพื่อรักษาปัญหาผิว: PRP ถูกนำมาใช้ในการรักษาปัญหาผิวพรรณ รักษาผิวแห้งกร้าน มีริ้วรอย ขาดความเปล่งปลั่ง ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงการรักษาในกลุ่มแผลเป็น หลุมสิว ผิวแตกลาย รวมถึงการรักษาในกลุ่มคนไข้ ที่มีปัญหาแผลเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน การใช้ PRP ยังเพิ่มปะสิทธิภาพการรักษาได้ โดยทำควบคู่กับหัตถการอื่นๆ เช่น กลุ่มเลเซอร์ คลื่นเสียง คลื่นความถี่วิทยุ การรักษาด้วยพลาสมา เป็นต้น

การรักษาเพื่อฟื้นฟูผิวด้วย LP-PRP จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

  • แก้ผิวหย่อนคล้อยให้ยืดหยุ่นแน่นกระชับ

  • ฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน ให้กลับมาเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล
  • กระตุ้นกลไกการสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมผิว จึงลดริ้วรอยร่องลึก
  • ใช้ร่วมกับหัตการอื่นๆเพื่อรักษากระ ฝ้า ฟื้นฟูผิวเสียจากฝ้าและการใช้ยากัดฝ้า
  • ใช้ร่วมกับหัตการอื่นๆเพื่อรักษาแผลเป็น แผลเป็นนูน
  • ช่วยปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้น ฟื้นฟูผิวเสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอและหมองคล้ำ

PRP เพื่อรักษาปัญหาเส้นผม: PRP ถูกใช้ในการรักษาและป้องอาการผมร่วง ผมบาง ผมแห้งกรอบ ศีรษะล้านอย่างแพร่หลาย โดยชะลอการหลุดร่วงและฟื้นบำรุงเซลล์รากผมให้แข็งแรง พร้อมกระตุ้นการเกิดเส้นผมใหม่ได้ดี รวมทั้งเป็นหัตถการที่ใช้ต่อเนื่องได้ในระยาว หลังการปลูกผม หรือ Hair Transplant เพื่อช่วยให้เซลล์ร่างผมที่ปลูกใหม่ติดดีขึ้น มีความแข็งแรง และลดโอกาสการหลุดร่วงในอนาคต

PRP เพื่อรักษาการบาดเจ็บของเอ็นกระดูกและกล้ามเนื้อ: PRP ถูกนำมาใช้ในการรักษา โรคข้อเสื่อม อาการบาดเจ็บและความเสื่อมของเส้นเอ็น อาการบาดเจ็บของกระดูกในข้อเข่า ข้อเข่าอักเสบ เป็นต้น

PRP สุขภาพทางเพศ: แพทย์สูตินรี ใช้ PRP เป็นหัตถการเสริมในการรักษาปัญหาสุขภาพทางเพศในผู้หญิง โดยเฉพาะในวัยใกล้หมด หรือหมดประจำเดือน ที่มีปัญหาผิวบริเวณช่องคลอดแห้ง (Vulvovaginal dryness) ผิวบริเวณช่องคลอดบาง แสบ จากการขาดออร์โมน ให้กลับมาชุ่มชื้นและยังช่วยเพิ่มความกระชับได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังได้รับความนิยมในการใช้เพื่อความงามของผิวพรรณในบริเวณจุดซ่อนเร้น

prp growth factor

PRP ทำกี่ครั้งเห็นผล
เพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อน ว่าควรรักษากี่ครั้ง บ่อยแค่ไหน โดยปกติแพทย์อาจนัดเพื่อทำการรักษา ทุก 2-8 สัปดาห์ เนื่องจากแต่ละคนมีปัจจัยหลายๆอย่างที่แตกต่างกัน เช่น ปัญหาที่ต้องการรักษา ตำแหน่งที่ต้องการรักษา อายุ สุขภาพ วิธีดูแลตนเอง เป็นต้น

 

prp growth factor

ภาพกระบวนการทำ LP-PRP ผ่านเครื่อง  Certrifuge

 

การเตรียมตัวก่อนและหลังรักษาด้วย
ผู้เข้ารับการรักษาไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ เพียงดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ โดยการเจาะเลือด ซึ่งใช้เลือดเพียงเล็กน้อย (10 cc) อย่างไรก็ตาม มีข้อคำนึงบางประการที่ผู้เข้ารับการรักษาควรระวัง ดังต่อไปนี้

  • งดเครื่องดื่มคาเฟอีน อาหารรสจัด อาหารเสริมและกลุ่มยาแอสไพรินหรือนูโรเฟน ก่อนทำหัตถการฉีด LP-PRP อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อกันสภาวะฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งก่อเกิดอาการบวมช้ำระหว่างการรักษาได้
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมการว่ายน้ำ ออกแดด หรือออกกำลังกายอย่างหนัก หลังฉีด LP-PRP อย่างน้อย 72 ชั่วโมง หรือตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ภายหลังการรักษาด้วย PRP สามารถประคบเย็นบริเวณที่ฉีดได้ กรณีรู้สึกปวดบริเวณที่ทำการรักษา

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม: 

https://www.regenlab.com/products/regenkit-a-prp-2