VENUS VIVA (วีนัส วีว่า)
วีนัส วีว่า (Venus Viva™) เป็นเครื่องมือแพทย์จากบริษัทวีนัสคอนเซป(VenusConcept)ประเทศแคนนาดา ใช้ในการรักษาแผลเป็นจากสิวและรักษาแผลหลุมสิว, แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง, ลดเลือนริ้วรอย เหี่ยวย่นบริเวณใบหน้า คอ หรือมือ, กระชับผิวบริเวณใบหน้าและคอ, ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ, ช่วยผลัดเซลล์ผิวเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส, ลดรอยแตกลาย อาศัยพลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุแบบนาโนแฟรกชั่นนอล(Nano Fractional Radio Frequency)และเทคโนโลยีสมาร์ทสแกน(Smart Scan Technology)จากเครื่องวีนัสวีว่า ปลอดภัย เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวทำโดยแพทย์
 
 
 
 
หลักการทำงาน
 
เป็นการรวม 2 เทคโนโลยีได้แก่ เทคโนโลยีการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุแบบนาโนแฟรกชั่นนอล(Nano Fractional Radio Frequency) ที่มีความถี่ 1 MHz และ 460 KHz และเทคโนโลยีสมาร์ทสแกน(Smart Scan Technology)ที่ควบคุมการปล่อยพลังงานแบบมัลติโพล่าอาร์เอฟ(Multi-Polar RF)เป็นจังหวะแบบแผนและส่งคลื่นพลังงานกระจายทั่วพื้นที่ผิวอย่างหนาแน่น โดยผ่านเข็มปลายแหลมที่อยู่ปลายอุปกรณ์จำนวน 160 เล่มหลายรูปแบบ และแม่นยำโดยพลังงานที่ออกมาจะมีค่า 62 มิลลิจูนต่อเล่ม และขนาดของฟุตปริ้นส์(footprint)ที่เล็กเพียง 150x20 ไมครอน ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานได้ถึง 1000 จังหวะและส่งผ่านได้ลึกถึง 400 ไมครอน
 
 
 
ส่งผ่านพลังงานความร้อนอย่างเหมาะสมเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้ทำให้เกิดกระบวนการ อะบลาชั่น (Ablation)และเกิดกระบวนการค๊อกกลูเลชั่น(Coagulation) ผลทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และไฟโบรบลาสท์ พร้อมช่วยให้เนื้อเยื่อผิวมีการจัดโครงสร้างใหม่ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย และรอยเหี่ยวย่น ปรับสีผิว และทำให้เกิดการกระชับได้อย่างอ่อนโยนด้วยขนาดของพื้นที่ในการรักษาที่เล็ก ทำให้ผิวหนังสามารถฟื้นฟูสภาพโดยที่จะเกิดความเจ็บปวดได้น้อยที่สุด แพทย์สามารถปรับค่าพลังงาน และช่วงกว้างของคลื่นตามสภาพปัญหาของผู้ที่ทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะสมกับ
 
1. รักษาแผลเป็นและรักษาแผลเป็นจากหลุมสิว (การรักษาแต่ละครั้งผลการรักษาจะดีขึ้นประมาณ 20-40% ควรทำการรักษาต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง จึงเห็นผลชัดเจน)
2. แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง ไม่กระชับ ทำให้รูขุมขนกระชับและผิวเรียบเนียน
3. ลดเลือนริ้วรอย เหี่ยวย่น บริเวณใบหน้า คอ หรือ มือ
4. กระชับผิวบริเวณใบหน้าและคอ
5. ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
6. ช่วยผลัดเซลล์ผิวเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส และเรียบเนียนขึ้น
7. ลดรอยแตกลาย
 
***หมายเหตุ ควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง และทำซ้ำทุก 1-3 เดือน***
 
 
ผู้ที่ไม่เหมาะสม
 
1. ห้ามบำบัดผู้ที่ได้รับการฝังเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือเครื่องกระตุ้นประสาท หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆชนิดฝังในร่างกายไม่ว่าจะบริเวณใดในร่างกายก็ตาม
2. มีการปลูกถ่ายถาวรใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการบำบัด เช่น แผ่นโลหะและสกรู หรือการฉีดสารเคมี
3. มีประวัติการเป็นมะเร็งหรือมีไฝที่เป็นอันตรายบนบริเวณที่ทำ*
4. มีภาวะอาการที่รุนแรง เช่น ความผิดปกติของหัวใจ
5. ตั้งครรภ์
6. ภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากโรคทางด้านระบบภูมิคุ้มกัน เช่น AIDS และ HIV หรือมีการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน*
7. ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคที่ถูกกระตุ้นโดยความร้อน เช่น เริมในบริเวณผิวหนังที่ทำการบำบัด อาจได้รับการบำบัดหลังจากการักษาแบบป้องกัน*
8. มีอาการที่ผิวหนังบริเวณที่ต้องการทำการบำบัด เช่น การเจ็บปวด, สะเก็ดเงิน, ผื่นแพ้ทางผิวหนัง*
9. บนบริเวณที่มีรอยสักถาวร
10. *ตามดุลพินิจของแพทย์
 
สำหรับผู้มีประวัติต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิด
 
1. มีประวัติความผิดปกติที่ผิวหนัง, แผลเป็นนูน, การสมานแผลผิดปกติ หรือ ผิวแห้งและเปราะบางมาก
2. มีประวัติการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือมีการใช้สารต้านการแข็งตัวของเลือด
3. การผ่าตัดดึงหน้าหรือผ่าตัดเปลือกตา (หากมีการบำบัดรอบเบ้าตา) ภายในหนึ่งปีก่อนทำการบำบัด
4. มีการขัดผิวหน้าเพื่อกำจัดแผลเป็น, การฟื้นฟูผิวหน้า หรือการลอกหน้าด้วยสารเคมีภายในสามเดือนก่อนทำการบำบัด
5. มีการฉีดสารพิษต่อระบบประสาท/คอลลาเจน/ไขมัน หรือ สาร bio-material อื่นๆ ในบริเวณที่ต้องการทำการบำบัดภายในหกเดือนก่อนทำการบำบัด
6. มีการใช้ Isotretinoin (Accutane®) ภายในหกเดือนก่อนทำการบำบัด
7. มีการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ (NSAIDS, e.g., ibuprofen-containing agents) หนึ่งสัปดาห์ก่อนและหลังการบำบัด
8. ได้รับการผ่าตัดบริเวณผิวหนังที่ต้องการบำบัดภายในหกเดือนก่อนทำการบำบัด หรือก่อนที่แผลยังสมานไม่สมบูรณ์
9. ผิวไหม้จากแสงอาทิตย์ หรือทำผิวสีแทนภายในสองสัปดาห์ก่อนทำการบำบัด
 
การดูแลรักษาและข้อควรระวังหลังรับการรักษา
 
1. บริเวณที่ทำการรักษาอาจแดงขึ้นเล็กน้อยภายหลังทำการรักษาทันที เนื่องจากความร้อนและการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยไม่เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจะเกิดรอยแผลเล็กน้อย ซึ่งจะหลุดลอกออกไปได้เองเช่นเดียวกันภายใน 2-3 วัน
2. 24-48 ชั่วโมงแรกหลังการรักษา เว้นการเข้าซาวน่า และหลีกเลี่ยงการออกแดดหรือเล่นกีฬากลางแจ้งเนื่องจากอาจทำให้บริเวณที่ทำการรักษาเกิดอาการบวม และอักเสบเพิ่มขึ้นได้
3. หลีกเลี่ยงการแช่น้ำร้อน และว่ายน้ำ หลังจากทำการรักษา 1-2 วัน เนื่องจากอาจเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรียได้
4. สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังจากทำการรักษาไปแล้ว 24 ชั่วโมง
5. ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด 1-2 วันแรก
 
เรียบเรียงโดย ฝ่ายวิจัยและพัฒนา  แก้ไขข้อมูล 1/12/59
Powered by MakeWebEasy.com