Ulthera (อัลเทอร่า)

        Ulthera (อัลเทอร่า) คือ การดึงหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ทำให้เกิดบาดแผล อาศัยพลังงานจากคลื่นอัลตร้าซาวด์(ultrasound therapy)ซึ่งเป็นคลื่นเดียวกับที่ใช้ในทางการแพทย์ ลักษณะของคลื่นเสียงนี้จะถูกจำกัดการปล่อยคลื่นอย่างแม่นยำ (Focused Ultrasound) เพื่อให้คลื่นส่งผ่านพลังงานขนาดเล็ก จำนวนมากลงลึกสู่ชั้นผิวชั้นสแมซ (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นที่พยุงกล้ามเนื้อบนใบหน้า เพื่อทำให้เกิดผลของการยกกระชับของใบหน้า หรือคำว่าLifting แพทย์สามารถมองเห็นภาพของชั้นผิวหนังผ่าน หน้าจอเครื่อง ทำให้แพทย์สามารถทำการรักษาไปพร้อมๆกับการปรับคลื่นเสียงที่พอเหมาะกับสภาพ ผิวหนังของลูกค้าแต่ละราย ทำให้เกิดความแม่นยำและผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ในเวลาอันสั้น

 
 
 
หลัการทำงาน
 
        Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นการบำบัดด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์โดยใช้เทคโนโลยีแบบ Inside-Out พลังงานที่ส่งลงไปจะเกิดที่ชั้นด้านในของผิวแล้วค่อยส่งผลออกมาด้านนอก ซึ่งเป็นการส่งพลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ที่มีความแม่นยำ(Focused Ultrasound)ดังนั้นจึงเกิดผลทั้งเรื่องของการยกกระชับใบหน้า ช่วยลดไขมันบนใบหน้าที่ก่อให้เกิดใบหน้าหย่อนคล้อยหรือช่วยปรับไขมันบนใบหน้าเรียบขึ้นจึงทำให้คนไข้บางคนรู้สึกเหมือนเติมฟิลเลอร์บนใบหน้าในส่วนที่เคยยุบตัวกลับฟูแน่นขึ้น

        นวัตกรรม อัลเทอร่า (Ulthera)  มีหัว (Tip) ในการปล่อยคลื่น2ชนิดได้แก่หัว (Tip) แบบตื้นและหัว (Tip) แบบลึก ดังนั้นแพทย์สามารถเลือกใช้หัว (Tip) ในแต่ละส่วนของร่างกายที่เหมาะกับแต่ละบริเวณ
        หัว (Tip) แบบลึก (DS 4 – 4.5mm) ปล่อยคลื่นความถี่ที่4 MHz และพลังงานลงลึกที่ 4.5 มม.สามารถช่วยเรื่องของการปรับรูปหน้า ช่วยลดชั้นไขมันบนใบหน้าหรือลดชั้นความหนาบนใบหน้าหรือจะช่วยให้การหดชั้นสแมส (SMAS) ช่วยในการยกกระชับ ขอบหน้าชัดเจน แก้ไขปัญหาหนังตาตก และคิ้วตก
        หัว (Tip) แบบตื้น (DS 7-3.0mm) ปล่อยคลื่นความถี่ที่ 7 MHz และพลังงานลงลึกที่ 3 มม.สามารถช่วยเรื่องของผิวภายนอก กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวโดยไม่ทำอันตรายผิวด้านบน ปรับให้ผิวหน้าเนียนสวยผิวใส

เหมาะสำหรับ
 
        ผู้ที่มีเริ่มมีความเสื่อมของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนัง ได้แก่ การลดลงของคอลลาเจนตามอายุ การสูญเสียไขมันที่ใบหน้า มีไขมันสะสมบริเวณข้างแก้มและเกิดเหนียง ได้แก่
 
  1. ผู้ที่มีหน้าใบหน้าคล้อย ไม่กระชับ
  2. ผู้ที่มีคิ้วตก หรือ หนังตาตก
  3. ผู้ที่มีกรอบรูปหน้าไม่ชัดเจน 
  4. ผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยใต้คาง
  5. ผู้ที่มีผิวหนังคอและเนินอกไม่กระชับ 
  6. ผู้ที่มีปัญหาคล้อยที่แขน
  7. ผู้ที่มีหน้าท้องไม่กระชับ 
  8. ลดภาวะเหงื่อออกมากที่รักแร้
การดูแลรักษาและข้อควรระวัง

 

  1. ให้ผลการรักษาเทียบเคียงกับการทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงใบหน้า
  2. ใช้ระยะเวลาสั้นในการดูแลรักษาผิวหน้า
  3. ไม่มีรอยแผลเป็น อาจพบอาการบวมแดงเล็กน้อย บริเวณที่ทำการรักษาและหายเป็นปกติภายใน 1-2 วัน
  4. อาจเกิดความปวดขณะทำ ลดความปวดได้ด้วยการทายาชาก่อนการรักษา 1-2 ช.ม.
  5. อาจพบห้อเลือด เกิดขึ้นได้หากพลังงานโดนเส้นเลือด อาการจะดีขึ้น 3-7 วันหลังการรักษา
  6. อาจส่งผลต่อเส้นประสาท หากพลังงานโดนเส้นประสาท อาจทำให้เกิดการกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว ชาชั่วคราวได้
  7. อาจเกิดแผลเป็นขึ้นได้ หากยิงด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง
  8. ผลการรักษาจะเห็นชัดขึ้นในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน การรักษาต่อครั้งจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี
  9. ผู้ป่วยควรจะกลับมาหลังจากทำการรักษา 3 เดือน สำหรับการประเมินซ้ำ
  10. โรคเบาหวาน ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้าทำการรักษา

 
ผู้ที่ไม่เหมาะสม
 
  1. ผู้ที่ได้รับการฝังแผ่นโลหะหรือฝังอุปกรณ์ทางการแพทย์บริเวณผิวหน้าและลำคอ
  2. สตรีตั้งครรภ์
  3. ภาวะชัก
 
 
ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.ultherapy.com
                        https://locator.ultherapy.com/thailand (ใส่10210 ในช่อง search)

เรียบเรียงโดย ฝ่ายพัฒนาและวิจัย          [ 
แก้ไขข้อมูล 4/11/59 ]
Powered by MakeWebEasy.com