Detox

ล้างพิษแบบผสมผสาน Intregrative Intravenous Detoxification

เมดดิไซน์ได้เลือกใช้วิธีการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายที่ปลอดภัยและเหมาะสมในแต่ละบุคคล ทั้งการรับประทานอาหารเสริมควบคู่กับการการล้างพิษทางเส้นเลือดดำ (IV Therapy) การใช้เครื่อง Far Infrared และ Bath Therapy การออกกำลังกายด้วยเครื่องเทคโนโลยี Whole Body Vibration ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก เพิ่มการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง เผาผลาญพลังงาน และเสริมสร้างฮอร์โมนที่สำคัญต่อร่างกาย

 

วิธีเหล่านี้จะช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบประสาทและทางเดินอาหาร ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ลดปริมาณการเกิดสารอนุมูลอิสระ ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง และยังส่งผลให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง

 

โดยปกติสารพิษสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ซึ่งแต่ละทางจะมีอัตราการแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ไม่เท่ากันและมีผลกระทบต่อร่างกายแตกต่างกัน ได้แก่

1.      ผ่านทางระบบหายใจ เป็นช่องทางที่สารพิษเข้าสู่ร่างกายได้เร็วที่สุด โดยการสูดดมไอของสารผงฝุ่นหรือละอองของสารเป็นพิษสามารถทำลายเยื่อบุจมูกและหลอดลม

2.      ผ่านการกินและดื่ม ทำให้เกิดอันตรายต่อหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ได้

3.      ทางผิวหนัง โดยสารพิษจะละลายไขมันบนชั้นผิวหนัง และค่อยซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อและกระแสเลือด

ผู้ที่มีการสะสมของสารพิษในร่างกายแบบเรื้อรังมักมีอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ท้องผูก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หงุดหงิดง่าย มีไข้ต่ำ ๆ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง มีแผลร้อนในในปากเป็นประจำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย หน้าตาหมองคล้ำ ไม่ขาวสดใส ผิวพรรณหยาบกร้าน ผิวหนังเป็นผื่นคัน เรื้อรัง เจ็บป่วยง่าย หายช้า ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคภูมิแพ้ เป็นโรคเรื้อรังชนิดต่างๆ เช่น เบาหวาน อัลไซเมอร์ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ เป็นต้น

แม้ร่างกายมีกระบวนการที่สามารถขับสารพิษได้เอง แต่ปัจจัยต่าง เช่น ความเสื่อมของระบบการขับสารพิษซึ่งอาจมีผลมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น การใช้ชีวิตที่เพิ่มความเสื่อมให้แก่ร่างกาย ได้แก่ การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดจากการทำงาน ภาวะทุพโภชนา การทำงานที่ขัดกับระบบนาฬิกาชีวภาพร่างกาย หรือการได้รับสารพิษในปริมาณที่สูงเกินกว่าร่างกายจะขับเองได้หมดจนเกิดการสะสมเรื้อรัง จึงมีความจำเป็นที่เราอาจจะต้องได้รับการฟื้นฟูสุขภาพด้วยการผสมผสานการขับสารพิษด้วยวิธีการต่างๆเข้าด้วยกัน

 

ขับสารพิษทางเส้นเลือด Intravenous Detoxification มีหลากหลายวิธี ได้แก่

การล้างพิษด้วยการทำคีเลชั่น เหมาะสำหรับการขับสารพิษโลหะหนัก สารพิษตกค้างเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะการอักเสบของหลอด หลอดเลือดตีบ โรคภูมิแพ้ โรคปวดข้อ จากผลแทรกซ้อนของเบาหวาน

การล้างพิษด้วยการให้วิตามินทางเส้นเลือด เป็นการใช้วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดที่จำเป็นต่อการขับสารพิษต่างๆ ช่วยเร่งให้ตับสามารถขจัดสารพิษได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการของโรคหัวใจ โรคซึมเศร้า ความจำเสื่อม กล้ามเนื้อกระตุก แพ้อากาศ หอบหืด ลมพิษ โรคติดเชื้อเฉียบพลัน โรคไขข้ออักเสบ โรคลำไส้อักเสบ อ่อนเพลียและเหนื่อยล้าเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ (Chronic fatigue Syndrome) และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Fibromyalgia)

การล้างพิษโดยการให้กรดอะมิโนชนิดต่างๆแก่ร่างกาย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาภูมิไวต่ออาหาร ระบบการย่อยและดูดซึมอาหารไม่สมบูรณ์ ซึ่งร่างกายมักขาดกรดอะมิโนในการสร้างสารสื่อประสาท ส่งผลให้สมองไม่สามารถควบคุมอวัยวะต่างๆให้ทำงานสัมพันธ์กันได้ ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิตกกังวลซึมเศร้า เครียด นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ชัก หมดสติ เป็นโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสันได้

การใช้ Hydrogen peroxide ในการล้างพิษ เนื่องจากร่างกายเรามีเอนไซม์ catalase ที่เปลี่ยน H2O2 ให้เป็นออกซิเจนและน้ำ โดย H2O2 ในร่างกายจะควบคุมการสร้างพลังงานกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำลายเชื้อไวรัส เชื้อรา ยีสต์ เพิ่มการไหลเวียน ลดการอุดตันของหลอดเลือด ลดอาการปวดเรื้อรัง รักษาและบรรเทาโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง ปวดศีรษะไมเกรน หอบหืด เริม ไข้หวัดใหญ่ ลำไส้อักเสบ ไวรัสตับอักเสบ ไขข้ออักเสบ อัลไซเมอร์

การใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์ผสมกับเลือดผ่านขบวนการของรังสีอัลตร้าไวโอเลต ทำให้เม็ดเลือดมีความอ่อนตัวสูง สามารถไหลผ่านหลอดเลือดได้อย่างสะดวก ให้นำพาสารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ดี เพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เพิ่มการไหลเวียนเลือด เมตาบอลิซึม ต้านการอักเสบ สร้างสมดุลฮอร์โมนและเอนไซม์ต่างๆ และช่วยบรรเทาและรักษาอาการของโรคที่เกี่ยวกับการเสื่อมสภาพของเซลล์ โรคเรื้อรังต่างๆ

การเติมออกซิเจนโอโซน (Ozone Therapy) ทำให้เลือดมีปริมาณออกซิเจนมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนถ่ายเลือดเสียให้เป็นเลือดดี แล้วนำกลับสู่ร่างกาย เมื่อมีระดับออกซิเจนที่มากเพียงพอ ระบบร่างกายจะมีความสามารถในการทำลายเชื้อโรคสูงขึ้น สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กลับมาปกติ การถ่ายเทออกซิเจนอะตอมจากเลือดสู่เซลล์ยังช่วยส่งเสริมกระบวนการซ่อมแซมภายในร่างกาย ช่วยให้แผลหายเร็ว กระตุ้นกระบวนการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ต้นเหตุของโรคจากความเสื่อมและโรคเรื้อรังต่างๆส่งผลให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆมีการทำงานของเซลล์ดีขึ้น

 

การล้างพิษด้วยการรับประทานอาหารหรืออาหารเสริม Nutrition Therapy โดยเลือกรับประทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำและมีเส้นใยอาหารสูง เช่น ข้าวกล้อง ผักและผลไม้ และลดการรับประทานเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัว เนื้อหมู เพื่อลดการทำงานของตับและระบบย่อย ดูดซึมอาหาร เพื่อให้ตับสามารถขับสารพิษออกมาได้อย่างเต็มที่ และรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของสารต่างๆ เช่น Vitamin C, EDTA, เส้นใยอาหาร โพรไบโอติก พรีไบโอติก เอนไซม์ช่วยย่อย ฯลฯ เพื่อช่วยเร่งการกำจัดสารพิษไม่ให้ตกค้างในร่างกาย ลดปัญหาการท้องผูก ทำให้ขับถ่ายได้ตามปกติ และยังช่วยปรับสมดุลลำไส้ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยลดการติดเชื้อของเซลล์ลำไส้

 

การล้างพิษด้วยการสวนล้างลำไส้แบบระบบปิด

ช่วยรักษาสมดุลในลำไส้ด้วยการทำความสะอาด ขจัดสิ่งสกปรก กากอาหาร ของเสีย สารพิษตกค้างให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านี้มักขับถ่ายออกได้ไม่หมด เพราะลำไส้มีความยาวหลายเมตรทั้งยังขดตัวไปมา จึงมีโอกาสที่กากอาหาร เซลล์เนื้อเยื่อที่ตายแล้ว พยาธิและน้ำเมือก จะเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้เป็นตะกรันอุจจาระแหล่งหมักหมมของเชื้อโรคต่างๆ การสวนล้างลำไส้ระบบปิด ช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ มีระบบป้องกันติดเชื้อในลำไส้ สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการไหล และแรงดันของน้ำได้ เพื่อป้องกันปัญหาลำไส้ฉีกขาด และอยู่ภายใต้ความดูแลของผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี จึงมีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตามการล้างพิษด้วยวิธีการดังกล่าวไม่เหมาะกับ ผู้ที่มีปัญหาลำไส้อักเสบรุนแรง เป็นมะเร็งลำไส้ มีปัญหาการดูดซึมเกลือแร่ มีโรคความดันโลหิตสูงหรือความดันโลหิตต่ำ

 

การล้างพิษด้วยการออกกำลังกายแบบ “Whole Body Vibration” หรือ Fit-Med เป็นเครื่องออกกำลังกายแนวใหม่ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทของกล้ามเนื้อ ได้รับการออกแบบและทำการทดลองโดยศาสตราจารย์ Carmelo Bosco ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศอิตาลี ด้วยหลักการ “Whole Body Vibration” หรือการสั่นของทั้งร่างกาย ช่วยเผาผลาญพลังงาน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ช่วยควบคุมสมดุลของการหลั่งฮอร์โมน การเพิ่มระบบไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยทำความสะอาดภายในร่างกาย ด้วยการกระตุ้นการไหลเวียนของระบบเลือดและน้ำเหลือง

 

การล้างพิษด้วยคลื่นอินฟาเรดระยะไกล Far Infared Therapy เป็นเครื่องที่ใช้ความร้อนจากคลื่นอินฟาเรดระยะไกลร่วมกับการปล่อยโอโซน เพื่อช่วยในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ทั้งโลหะหนัก สารเคมีและสารพิษที่ละลายในไขมันให้ออกมากับเหงื่อ ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง ทำให้ระบบหลอดเลือดหัวใจทำงานดีขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยลดความตึงเครียด บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ช่วยเผาผลาญพลังงาน ทำให้ช่วยควบคุมน้ำหนักและลดเซลลูไลท์ได้

 

การล้างพิษด้วยบาร์ท เธอราปี Bath Therapy เป็นการแช่ตัวในน้ำที่ผสม Apple Cider Vinegar ในอ่างอาบน้ำซึ่งช่วยละลายไขมันที่ปกคลุมชั้นผิว และเร่งการกำจัดของเสียออกจากเซลล์ได้ดียิ่งขึ้น การล้างพิษด้วยวิธีนี้สามารถทำได้เองที่บ้านโดยการผสม Apple Cider Vinegar 2 ถ้วย ลงในอ่างอาบน้ำที่มีน้ำอุ่น ขนาดปกติ จากนั้นแช่ตัวลงในอ่างอาบน้ำโดยให้ผมและผิวทุกส่วนยกเว้นใบหน้าแช่ในน้ำ ประมาณ 30 นาที และอาบน้ำเพื่อชำระล้าง Apple Cider Vinegar ออกจากร่างกายด้วยการใช้แชมพูและสบู่ตามปกติ หลังบำบัดผิวอาจแห้งโดยเฉพาะผิวบริเวณมือและเท้า จึงควรดื่มน้ำมากๆภายใน 24 ชั่วโมง ควรใช้ Bath Therapy ประมาณ 1 ครั้ง / สัปดาห์ หรือทุกครั้งที่มีการล้างพิษ โดยเฉพาะการล้างพิษทางเส้นเลือดดำ

 

นอกจากนี้ควรทำจิตใจให้สงบและผ่อนคลาย โดยอาจนั่งสมาธิหรือฝึกกำหนดลมหายใจ มีวิธีจัดการกับความเครียด ควบคุมดูแลการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยควรเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม และตื่นประมาณ 6 โมงเช้า ควรหลีกเลี่ยงการใช้หรือการสัมผัสสารเคมีต่างๆ เช่น ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า เป็นต้น และควรงดสารเสพติดทุกชนิด

 

แหล่งข้อมูล

1.      กองการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข

2.      Gordon Josephs, A Closer Look at Intravenous Hydrogen Peroxides, 1994.

3.      Trivieri Larry, Alternative Medicine, The Definitive Guide, 2 nd edition, 2002

4.      Stephen Holt, A Primer of Natural Therapeutics, 2008

5.      Corazon Ibarra and David Edwards, A Primer of Biotoxicology, 1996

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้