Ozone Therapy

“ ระดับออกซิเจนที่มากเพียงพอ ระบบร่างกายจะมีความสามารถในการทำลายเชื้อโรคสูงขึ้น สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กลับมาปกติ การถ่ายเทออกซิเจนอะตอมจากเลือดสู่เซลล์ ยังช่วยส่งเสริมกระบวนการซ่อมแซมภายในร่างกาย ช่วยให้แผลหายเร็ว กระตุ้นกระบวนการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ต้นเหตุของโรคจากความเสื่อมและโรคเรื้อรังต่างๆ ”

 

การรักษาบำบัดด้วยออกซิเจนโอโซน (Ozone Therapy) เป็นการรักษาตามศาสตร์ของแพทย์ทางเลือกซึ่งถูกใช้รักษามานานในประเทศแถบยุโรปมานานกว่า 50 ปี มากกว่า 80 ศูนย์ทั้งในคลินิกและโรงพยาบาลรวมถึงโรงเรียนแพทย์

 

ออกซิเจนโอโซน ช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างไร

ในทางการแพทย์มีการคิดค้นวิธีการเพิ่มออกซิเจนให้แก่ร่างกาย ด้วยการเติมออกซิเจนโอโซน(Ozone Therapy) ให้กับส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งสามารถให้ผ่านทางกล้ามเนื้อ ข้อต่อ ทวารหนัก ช่องคลอด ผิวหนัง การดื่ม และการให้ผ่านทางหลอดเลือดเข้ากระแสเลือดโดยตรง ซึ่งทำให้เลือดมีปริมาณออกซิเจนมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนถ่ายเลือดเสียให้เป็นเลือดดี แล้วนำกลับสู่ร่างกาย ส่งผลให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆมีการทำงานของเซลล์ดีขึ้น

 

ออกซิเจนโอโซนเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาด้านใด

ออกซิเจนโอโซนนิยมใช้เสริมการรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง หรือหลังผ่าตัดมะเร็ง โดยใช้ร่วมกับการรักษาปัจจุบัน เนื่องจากช่วยลดผลข้างเคียงจากยาหรือเคมีบำบัด และสามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งได้ ในโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น อีสุกอีใส งูสวัส ไวรัสตับอักเสบ เริม ไข้หวัดใหญ่ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น แผลติดเชื้อ แผลอักเสบในลำไส้ โรคที่เกิดจากเชื้อรา ได้แก่ เชื้อราผิวหนัง การติดเชื้อราในช่องคลอด ผู้ที่เป็นโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ ความดันโลหิตสูง ผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง เช่น สะเก็ดเงิน HIV และ SLE ผู้ที่มีปัญหาโรคของระบบประสาท เช่น หลอดเลือดสมองอุดตัน ความจำเสื่อม ไมเกรน ในผู้ป่วยเบาหวาน และมีอาการแทรกซ้อน

 

การบำบัดนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่เครียดจัด อ่อนเพลีย ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ขาดการออกกำลังกาย ภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งมีสารอนุมูลอิสระในร่างกายสูง ผู้ป่วยมักมีอารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า ปวดหัว นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยเรื้อรัง ภูมิไวเกิน ข้ออักเสบรูมาร์ตอยด์ ข้อเสื่อม มีผื่นเรื้อรัง ติดเชื้อง่าย รวมถึงผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนสุขภาพของตนเอง เพื่อป้องกันโรคมะเร็ง เนื้องอก โรคความเสื่อมต่างๆ และป้องกันการติดเชื้อ เป็นต้น

 

วิธีการบำบัดด้วยออกซิเจนโอโซน

ใช้เวลาเพียง 20-30 นาที โดยเจาะเส้นเลือดดำบริเวณแขน เพื่อดูดเลือด150-200 cc มาผสมกับออกซิเจนโอโซนในขวดสุญญากาศที่ผ่านการฆ่าเชื้อ เลือดหลังการผสมออกซิเจนโอโซนจะมีสีแดงมากขึ้น แล้วจึงนำกลับเข้าสู่ร่างกายคล้ายกับการให้น้ำเกลือ

 

อันตรายหรือมีผลข้างเคียงหรือไม่

ไม่พบอันตรายหรือผลข้างเคียงร้ายแรงใดๆในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากการบำบัดด้วยออกซิเจนโอโซน ผู้รับการบำบัดใน 1-3 ครั้งแรก บางรายอาจมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ มีไข้ต่ำๆ ความดันสูงขึ้นเล็กน้อย ชาปลายมือปลายเท้า เนื่องจากเกิดการตอบสนองทางชีวเคมีระดับเซลล์ และการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้