การแพ้อาหารแบบเรื้อรัง

การแพ้อาหารแบบเรื้อรัง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายย่อยอาหารได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานอาหารซ้ำ ๆ หรืออาจเกิดขึ้นได้เองจากความผิดปกติของร่างกาย เมื่อลำไส้เล็กทำงานบกพร่องหรือยอมปล่อยให้อาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์ผ่านผนังลำไส้เข้าไปสู่กระแสเลือดทีละมาก ๆ ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายผลิตสารเพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอม ซึ่งสารต่อต้านดังกล่าวจะจับตัวกับสารอาหารที่เรารับประทานตามปกติ และมีการปล่อยสารเคมีต่าง ๆ ออกมามากมาย ทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง จนถึงอาการแพ้ได้ ทั้ง ๆ ที่เราอาจเคยรับประทานอาหารชนิดนั้นได้โดยไม่มีอาการแพ้ก็ตาม

การแพ้ที่แสดงออกช้า ไม่สามารถระบุอาการที่ชัดเจนได้ และมีโอกาสเกิดได้กับทุกระบบในร่างกาย โดยจะต่างกันออกไปในคนไข้แต่ละราย เหนื่อยล้าตลอดเวลา ง่วงนอนตลอดวัน เครียด ปวดไมเกรน หงุดหงิดง่าย หดหู่ เจ็บปวดตามเนื้อตัว ข้อกระดูกอักเสบ ท้องผูกสลับท้องเสีย หูน้ำหนวก คัดจมูก ไซนัสอักเสบ หอบหืด หายใจติดขัดเรื้อรัง บางครั้งมีผื่นคัน ผิวอักเสบ เป็นสิวรักษาไม่หายขาด ปวดเสียด ท้องอืด ปวดแน่นท้องหลังรับประทานอาหาร ลำไส้อักเสบ โลหิตจาง บวมน้ำ น้ำหนักขึ้น อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นบ่อยจนหลายคนคิดว่าเป็นอาการปกติของตัวเอง รักษาด้วยการรับประทานยาแล้วก็ยังไม่หาย และอาจหายไปบ้างเป็นครั้งคราวหลังจากการเปลี่ยนชนิดอาหารที่รับประทาน

 

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้