กำจัดจุดยี้

กำจัดจุดยี้

          เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมีบางส่วนในร่างกายที่เรารู้สึกไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นจุดซ่อนเร้นที่คนอื่นมองไม่เห็น หรือที่สามารถเห็นได้ ทำให้เราขาดความมั่นใจ รู้สึกเหมือนมีปมด้อย และอาจส่งผลให้คนรอบข้างรังเกียจอีกด้วย เรามาดูกันว่ามีปัญหาไหนบ้างที่เป็นจุดยี้

          ปัญหาสิวเสี้ยนที่จมูก จะพบมากในกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น จริง ๆ แล้วสิวเสี้ยนไม่ใช่สิว แต่เป็นขนเส้นเล็ก ๆ ที่เกิดบนใบหน้า จับตัวกันหลาย ๆ เส้นทำให้มองเห็นเป็นจุดดำ ๆ เกิดจากการที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมามากมีการสร้างเซลล์ไขมันออกมากเยอะ พอมาจับตัวกับขนบนใบหน้าหลาย ๆ เส้นทำให้เกิดเป็นสิวเสี้ยน หลาย ๆ คนเลือกแก้ปัญหาสิวเสี้ยนโดยใช้แผ่นกาวแปะเพื่อลอกสิวออก ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะทำให้รูขุมขนบนใบหน้ากว้างขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังมีผลทำให้เกิดแผลเป็นได้อีกด้วย วิธีการที่ถูกต้อง คือ การกำจัดขนและการกำจัดไขมัน ซึ่งมีหลายวิธี ตั้งแต่การทายาเพื่อช่วยลดการเกาะตัว ลดความมัน การใช้เลเซอร์ช่วยในการกำจัดขน ใช้เครื่องกรอผิวเพื่อลดการเกาะตัว และกระตุ้นให้มีการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นนอกออกไป ทำให้จมูกดูเรียบเนียนมากขึ้น


          ปัญหาขนคุด ตามต้นแขน ต้นขา เป็นอีกปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิงเมื่อเป็นขนคุดแล้วมีการอักเสบ จะทำให้มองเห็นเป็นรอยดำ รอยแดงไม่เรียบเนียน หมดความมั่นใจ หลาย ๆ คนที่มีปัญหาสุขภาพไม่ดี มีการอักเสบในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย นอกจากจะเป็นภูมิแพ้ มีผื่นแล้ว อาจทำให้รูขุมขนอักเสบและเกิดปัญหาขนคุดได้ การรักษาขนคุดที่แขนหรือขา จะใช้ในกลุ่มของเลเซอร์ช่วยในการกำจัดขน เลเซอร์ช่วยลดการอักเสบ เลเซอร์ช่วยลดรอยดำ ควบคู่ไปกับการทายาที่ช่วยลดการอักเสบ ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นระยะสั้น ๆ ในบางรายที่มีรูขุมขนอักเสบ มีรอยแดง ตุ่มหนอง อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หรือยาเชื้อราร่วมด้วย เพื่อช่วยควบคุมปัญหาการอักเสบของขนคุด ในการรักษาเพื่อไม่ให้ปัญหาขนคุดกลับมาอีก อาจใช้ในกลุ่มของกรดผลไม้เพื่อปรับสภาพผิว หรือใช้สารในกลุ่มของ Salicylic Acid เพื่อช่วยกระตุ้นให้มีการลอกผิว ผลัดเซลล์ผิวออกไป และสามารถที่จะลงลึกเข้าไปในรูขุมขนได้

          ปัญหากลิ่นตัว เกิดจากต่อมกลิ่นและต่อมเหงื่อ โดยทั่วไปต่อมกลิ่นจะผลิตสารคัดหลั่งออกมา ซึ่งหากสารนี้เจอเข้ากับแบคทีเรีย ก็จะทำให้เกิดกลิ่นตัว ในบางรายที่มีเหงื่อเยอะ ๆ มีการปล่อยกลิ่นที่มาจากอาหารเมื่อมาผสมกับสารคัดหลั่งและแบคทีเรีย ก็จะทำให้เกิดเป็นกลิ่นตัวรุนแรงกลายเป็นจุดที่น่ารังเกียจของคนรอบข้าง การรักษาปัญหากลิ่นตัวก็มีหลากหลายแบบ ดังนี้
 

         - การทายา เพื่อลดเหงื่อ ต้องทาเรื่อย ๆ อาจเกิดผลข้างเคียงทำให้เกิดผื่นแพ้ได้
         - การรับประทานยา เพื่อช่วยลดเหงื่อ ผลข้างเคียงค่อนข้างสูง เนื่องจากยาที่รับประทานจะออกฤทธิ์ทั่วทั้งร่างกาย อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงอื่น ๆ
         - การฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum toxin A) เพื่อช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณรากขน สามารถลดการเกิดเหงื่อได้ แต่อาจจะต้องใช้ทุนสูง และต้องทำการฉีดซ้ำ ๆ เพราะอยู่ได้ไม่นาน
         - การผ่าตัด ทำการตัดเส้นประสาทส่วนที่กระตุ้นให้เกิดต่อมเหงื่อหรือต่อมกลิ่นหรือผ่าตัดเพื่อเลาะต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่นออก ได้ผลลัพธ์ดี แต่แผลผ่าตัดค่อนข้างใหญ่ อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้
         - การดูดไขมัน ทำโดยการเปิดรูและฉีดยาชาเข้าไป และทำการดูดไขมันด้านบนซึ่งเป็นตำแหน่งของต่อมออกไป ก็จะช่วยลดการเกิดกลิ่นได้
         - การใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (Total Axilla Technique) คือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ถูกคิดค้นเพื่อแก้ปัญหาผิวใต้วงแขนโดยเฉพาะช่วยกำจัดต่อมกลิ่นและต่อมเหงื่อใต้ผิว

สาเหตุหลักของการมีเหงื่อและกลิ่นตัวแรง โดยแบ่งผลการรักษาออกเป็น 3 ส่วน
 

         1. ส่วนแรก เทคนิคเฉพาะนี้จะส่งคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency, RF) เข้าไปทำลาย ยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมันและรากขน สาเหตุที่ทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวอับชื้นและเกิดกลิ่น
         2. ส่วนที่สอง คลื่นความถี่วิทยุยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวใต้วงแขนตึงกระชับและเรียบเนียน
         3. ส่วนที่สาม เป็นการทำงานร่วมกับเลเซอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยทำลายเม็ดสีปรับสีผิวให้ขาวขึ้น

         การรักษาด้วย Total Axilla Technique ช่วยแก้ปัญหาผิวใต้วงแขนอื่น ๆ ไปพร้อมกัน ให้ผลการรักษาที่ดี เห็นผลชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัด ปลอดภัย สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้