สวยไม่ฟิน ของฟิลเลอร์

สวยไม่ฟิน ของฟิลเลอร์


     ถ้าจะพูดถึงเรื่องความสวยความงามกับผู้หญิงแล้วถือว่าเป็นของคู่กันมานาน เพราะรูปลักษณ์ที่มองเห็นจากภายนอกเปรียบเสมือนประตูด่านแรก ศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความสวยงามจึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อแก้ไขความบกพร่องของรูปหน้าและร่างกายเพื่อความสวยงาม ซึ่งคนทั่วไปจะมักคุ้นกับคำนี้ดี หากพูดถึงคำว่าศัลยกรรมความงาม ก็จะต้องนึกถึง การเสริมจมูก เสริมคาง หรือเสริมสวยนั่นเอง ซึ่งการศัลยกรรมที่คนนิยมทำมากที่สุดคือ กลุ่มของการฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ แต่ปัญหาคือเราจะทำสวยอย่างไรให้ปลอดภัย และสวยสมใจล่ะ
 

     ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม ที่ใช้สำหรับฉีดเพื่อเติมเต็ม เสริมเข้าไปในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะใช้ฟิลเลอร์เพื่อลดและแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นบริเวณต่างๆของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก ริ้วรอยร่องลึกรอบดวงตา ริ้วรอยร่องลึกมุมปาก และยังสามารถนำมาช่วยในการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย เช่น ฉีดเติมริมฝีปาก ร่องแก้ม ในบางรายที่เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นทำให้แก้มดูตอบลงก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ ในการแก้ปัญหาแก้มตอบได้ แม้กระทั่งนำมาใช้ในการบำรุงผิวให้กลับมากระชับเปล่งปลั่ง ในบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ รวมทั้งบริเวณผิวหน้าอก ซึ่งสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดนั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนั้น
1.กลุ่มของไขมัน (Fat Graft) เป็นการย้ายตำแหน่งไขมันจากบริเวณที่ไม่ต้องการ เช่น หน้าท้อง ต้นขา มาเติมเต็มในส่วนที่บกพร่องบนใบหน้า
2.กลุ่มของสารสังเคราะห์ เป็นสารสังเคราะห์ทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มใบหน้า ซึ่งคุณภาพและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารเติมเต็มแต่ละตัว
 

   

 • สารสังเคราะห์แบบสลายตัว หรือ สารไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acids)เป็นสารเติมเต็มที่อยู่ได้ชั่วคราว ขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มข้นของสารที่ทำการฉีดเข้าไป และขึ้นอยู่กับโครงสร้างของสารนั้นด้วย หากเกิดความผิดพลาดระหว่างการฉีด สามารถแก้ไขได้ ด้วยการฉีดสารละลายเข้าไปทำการสลายสารไฮยาลูโรนิกได้ จึงมีข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับสารเติมเต็มแบบอื่น
 

     • สารสังเคราะห์แบบไม่สลายตัว  มีส่วนประกอบของแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ มีระยะเวลาคงอยู่ค่อนข้างนาน เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะไม่สามารถสลายไปเองได้ หากมีการฉีดแล้วหลุดเข้าไปในหลอดเลือด อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีปัญหาเนื้อตาย หรือสูญเสียการมองเห็นไปเลยก็มี ดังนั้นจึงต้องได้รับการฉีดจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งสารสังเคราะห์แบบไม่สลายตัวที่ใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้

- สาร Artecoll, Artefill เป็นการนำสาร polymethylmethacrylate มาบวกกับคอลลาเจนที่มาจากวัว ฉีดแล้วอยู่ยาว 5-7 ปี ข้อเสียคือ มีโอกาสที่ร่างกายจะแพ้ เกิดการติดเชื้อ และอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เมื่อเกิดผลข้างเคียงแล้วจะทำการแก้ไขได้ยาก เพราะไม่สามารถสลายไปเองได้
 

- สารโพลิแลกติกแอซิด (Polylactic Acid) ฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง ต้องใช้เทคนิคการฉีดที่ค่อนข้างสูง ต้องทำให้มีความเจือจางค่อนข้างสูงก่อนทำการฉีด จะใช้เพื่อเติมเต็มรูปหน้า ในกลุ่มของคนที่มีแก้มตอบ หรือผอมมากๆ
 

- สารโพลีอะครีลาไมด์เจล (Polyacrylamide gel) เป็นสารเติมเต็มที่มีผลข้างเคียงเยอะที่สุด มีการผสมสารนี้อยู่ในฟิลเลอร์หลายตัว หลายยี่ห้อ เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาจับตัวเป็นก้อนแข็ง เกิดเป็นแผล และทำให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งการผ่าตัดเพื่อแก้ไขนั้น ทำได้ยากมาก


     หลายๆ คนที่ทำการฉีดฟิลเลอร์แล้วมีปัญหา  ไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการอาจเกิดจากการฉีดโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์ เพราะเทคนิคการฉีดสารฟิลเลอร์ก็มีส่วนในการทำให้เกิดผลข้างเคียงได้มาก รวมไปถึงการใช้สารเติมเต็มอื่นๆที่หาง่าย แต่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายสูงเช่น สารพาราฟิน (Paraffin)หรือซิลิโคนเหลว ซึ่งสารเหล่านี้เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเข้าไปรวมตัวกับเซลล์เนื้อเยื่อ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ มีรอยแดง รอยคล้ำ หรือมีการเคลื่อนที่ หย่อนคล้อย และหากหลุดเข้าไปในเส้นเลือด อาจทำให้เกิดการอุดกั้นในปอด เป็นอัมพาต หรืออาจส่งผลแก่ชีวิตได้
 

     ซิลิโคนเหลว ไม่สามารถแก้ไขหรือสลายไปได้ด้วยตัวเองต้องทำการผ่าตัด แต่หากซิลิโคนเหลวนั้นไหลไปอยู่ในตำแหน่งอวัยวะที่สำคัญ จะทำให้การผ่าตัดเอาออกนั้นยากมากขึ้น และเมื่อทำการผ่าตัดก็ทำให้เกิดเป็นแผล เราอาจหลีกเลี่ยงการผ่าตัดแก้ไข โดยการใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ หรือเลเซอร์ ทำให้เกิดการสลายตัว และบีบออกเพื่อช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดได้


     ถึงแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม จะดูน่ากลัว แต่ก็เป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับวิธีการปรับรูปหน้าแบบอื่น ๆ  สิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้สารเติมเต็มให้ดี ที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด รวมถึงเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ ต้องฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรฉีดกับหมอกระเป๋า หรือคนที่ไม่มีความรู้เพียงพอ ราคาถูกจริง แต่เมื่อเกิดผลข้างเคียงขึ้นมา ค่ารักษานั้นแพงกว่ามาก นอกจากนี้สถานที่ทำการฉีดต้องได้มาตรฐาน ปลอดเชื้อ และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน อยากสวยต้องสวยอย่างปลอดภัย

 

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้