โรคของคนอยากผอม

               โรคอโนเร็กเซีย (Anorexia) และโรคบูลิเมีย (Bulimia) จัดเป็นโรคของความผิดปกติเกี่ยวกับการกินที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน  ทั้ง 2 โรค เรียกง่าย ๆ ว่า เป็น “โรคของคนอยากผอม” ที่มักเกิดจากปัจจัยทางด้านจิตใจ จากความเครียด แล้วก็ค่านิยมในสังคม

               โดยทั้ง 2 โรค จัดเป็นโรคจัดเป็นโรคอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดในกลุ่มโรคทางจิตเวช

               โดยโรคแรกที่ชื่อว่า “อโนเร็กเซีย” (Anorexia) ผู้ป่วยโรคนี้ มักจะมีความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักของตัวเองเป็นอย่างมาก แล้วก็มักจะมีการรับรู้เกี่ยวกับรูปร่างของตัวเองผิด ๆ อย่างเช่น ต่อให้ผอมมากแค่ไหนก็ตาม หรือว่าลดน้ำหนักลดลงมากแค่ไหนก็ตาม ผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองยังอ้วนอยู่ ทำให้ผู้ป่วยโรคอโนเร็กเซีย มักจะลดน้ำหนักทั้งโดยการอดอาหาร การออกกำลังกายอย่างหนักวันละหลาย ๆ ชั่วโมง รวมไปถึงการใช้วิธีการลดน้ำหนักที่เป็นอันตราย อย่างการใช้ยาลดน้ำหนัก การใช้ยาระบาย หรือว่ายาขับปัสสาวะ ส่วนอาการภายนอกของผู้ป่วยโรคอโนเร็กเซีย มักจะเป็นอาการที่เป็นผลพวงมาจากการที่ร่างกายขาดสารอาหาร อย่างเช่น การที่น้ำหนักตัวต่ำกว่ากฎเกณฑ์มาก ๆ อาการอ่อนเพลีย มีอาการหน้ามืดเป็นลมง่าย ผมร่วง เล็บเปราะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือว่าความดันโลหิตต่ำ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเสียชีวิตได้

               ส่วนโรคที่สอง ก็คือ บูลีเมีย (Bulimia) เป็นโรคของคนอยากผอมและก็กังวลในเรื่องของรูปร่างเหมือนกัน แต่ว่าบูลีเมีย (Bulimia) ผู้ป่วยมักจะมีปัญหาในเรื่องของการรับประทานอาหารปริมาณมากอย่างควบคุมไม่ได้ แล้วก็ตามมาด้วยความรู้สึกผิด จึงไปล้วงคอให้อาเจียนออกมา ซึ่งพอทำไปเรื่อย ๆ ระยะหลัง ๆ ผู้ป่วยก็จะเริ่มมีอาการอาเจียนออกมาอย่างอัตโนมัติ ตามหลังการรับประทานอาหารทุกครั้ง โดยมากแล้วผู้ป่วยในกลุ่มบูลีเมีย จะไม่ผอมมากเหมือนกับผู้ป่วยในกลุ่มอโนเร็กเซีย

             ความอันตรายของโรคบูลีเมีย จะเกิดมาจากปัญหาของการอาเจียนอย่างรุนแรง เช่น

     -  การเสี่ยงต่อการเกิดการสำลัก

     -  เกิดการฉีกขาดของเยื่อบุอาหารหรือว่าเยื่อบุกระเพาะอาหาร

     -  เกิดการที่มีการเลือดออกในทางเดินอาหาร

     -  หรือว่าเกิดการที่มีลมรั่วเข้าไปในช่องอก

              ซึ่งภาวะเหล่านี้สามารถเป็นอันตรายจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้

              การดูแลผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มนี้ คนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อน มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะว่าในบางครั้งนี้ผู้ป่วยมักจะไม่รู้ตัว แล้วก็ไม่ยอมรับว่าสิ่งที่เป็นอยู่เป็นสิ่งผิดปกติ

               หมอแนะนำว่า...ใครที่มีคนใกล้ตัวที่สงสัยว่าจะมีภาวะของสองโรคนี้ ก็ควรให้ความรักให้กำลังใจ แล้วก็พาไปพบจิตแพทย์ ซึ่งเมื่อผู้ป่วยเริ่มยอมรับแล้วก็ตระหนักถึงภาวะที่เป็นแล้ว จึงจะนำไปสู่การรักษาสุขภาพร่างกายตาม

 

 

 

ข้อมูลโดย : พญ.นฤมล ทองศรีเนียม
เรียบเรียงโดย : Medisci