อาการและการป้องกัน โควิด-19

                เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ชื่อว่าเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 นี้ค่ะ เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในตระกูลเดียวกับโรคซาร์แล้วก็โรค mers ที่เคยระบาดทั่วโลกมาแล้วนะคะ โดยตัวเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ค่ะ จะเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจ โดยอาการของการติดเชื้อค่ะ ก็จะมีตั้งแต่ในคนที่ติดเชื้อและไม่มีอาการเลยก็มีนะคะ ส่วนในคนที่มีอาการ ก็จะมีตั้งแต่อาการไข้สูงไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว

             ถ้าในคนที่เป็นมากก็อาจจะมีอาการหายใจลำบากเหนื่อยหอบ ซึ่งก็จะเป็นสัญญาณว่ามีอาการปอดอักเสบร่วมด้วย ซึ่งในผู้ติดเชื้อที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อย่างในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือว่าได้คนที่มีโรคประจำตัวอยู่เดิม ก็อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจนระบบหายใจล้มเหลวแล้วก็เสียชีวิตตามมาได้ค่ะ

              สำหรับการติดต่อของโรคนี้จากคนสู่คนนะคะ ก็จะเกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสเหล่านี้บนเปื้อนมากับเสมหะ น้ำมูก แล้วก็น้ำลายของผู้ป่วย เวลาที่ผู้ป่วยไอจามหรือว่าแม้แต่การพูด ทุกคนอื่นก็จะได้รับเชื้อเหล่านี้ผ่านเข้าทางจมูกและปากได้ค่ะ นอกจากนี้การแพร่เชื้อค่ะ ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่อยู่ในละอองน้ำมูกแล้วก็น้ำลายไหลเนี่ย บนเปื้อนไปกับพื้นผิวหรือว่าสิ่งของสาธารณะ เช่น ลูกบิด ประตู ปุ่มกดลิฟท์ ราวบันได ราวรถโดยสาร เมื่อมีบุคคลอื่นไปสัมผัสแล้วก็นำมือที่เปื้อนเชื้อไวรัสเหล่านี้ค่ะ มาขยี้ตา แคะจมูกหรือว่าเอานิ้วเข้าปากก็จะก่อให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้ค่ะ

             สำหรับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก็สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

ข้อแรก ก็คือ การหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่นค่ะ อย่างเช่น ในสนามบิน ตลาด โรงพยาบาลหรือว่าในสถานที่ท่องเที่ยว

2. ก็คือ ควรใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านค่ะและควรที่จะใส่ไว้ตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน โรงหนัง รถสาธารณะ หรือแม้แต่ในห้องน้ำสาธารณะค่ะ

3. ก็คือ ควรหมั่นล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ หรือว่าใช้เจลล้างมือแบบแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะตามหลังการที่เราไปสัมผัสสิ่งของหรือว่าพื้นผิวสาธารณะ

4. ควรหลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสกับตาจมูกแล้วก็ปากโดยไม่จำเป็น

5. ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกทุกครั้ง ใช้ช้อนกลาง ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งนะคะ

และข้อสุดท้าย ก็คือ การเน้นรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย อย่างผักผลไม้ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร ออกกำลังกาย แล้วก็นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ

 

 

ข้อมูลโดย : พญ.นฤมล ทองศรีเนียม
เรียบเรียงโดย : Medisci