หญิงตั้งครรภ์ระวังโรคสุกใส เสี่ยง!ทารกพิการ

หญิงตั้งครรภ์ระวังโรคสุกใส เสี่ยง!ทารกพิการ

                "โรคสุกใส" เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า "Varicella Virus" ซึ่งโรคชนิดนี้ สามารถติดต่อแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากติดต่อได้ผ่านทางการหายใจ และอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ว่าจะเป็น เด็ก คนที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน รวมถึงในคนสูงอายุ และอีกกลุ่มหนึ่งที่จะเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง คือกลุ่ม "หญิงตั้งครรภ์" เนื่องจากว่า หากคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องอยู่ ได้รับการติดเชื้อ "สุกใส" และเป็นโรคอาจส่งผลให้ทารกในครรภ์มีโอกาสติดเชื้อเข้าไปด้วย โดยเชื้อสุกใส อาจส่งผลทำให้เด็กมีภาวะพิการแต่กำเนิด หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ ฟังดูแล้วน่าตกใจจริง ๆ

                ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคสุกใสให้สามารถฉีดได้ หากคุณแม่ตั้งครรภ์ จำไม่ได้ว่าเคยเป็น "โรคสุกใส" มาเเล้วหรือยัง แนะนำให้รีบปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ หรือคุณหมอที่ฝากครรภ์อยู่ เนื่องจาก"โรคสุกใส" ส่งผลเสียต่อเด็กในท้องได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์

                วิธีป้องกัน อันดับแรก ควรแยกห้องนอน และของใช้ส่วนตัว จาน ชาม ช้อน ส้อม ผ้าเช็ดตัว ก็ควรที่จะแยกกับผู้ที่เป็นโรค เนื่องจากโรคนี้สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ 1-2 วัน ก่อนที่ตุ่มจะขึ้น ไปจนถึง 7-14 วัน หลังสะเก็ดแผลหลุด

                ในคนทั่วไปหากจำไม่ได้ว่าเคยเป็นหรือมีภูมิคุ้มกัน หากสัมผัสกับผู้ที่ติดโรคแล้วสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อ สามารถรีบไปที่โรงพยาบาล แล้วแจ้งคุณหมอเพื่อรับการฉีดวัคซีนได้ แต่! ในกรณีที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ไม่สามารถที่จะฉีดวัคซีนได้นั้น โดยปกติคุณหมอจะแนะนำให้ฉีด "Immunoglobulin" แต่เนื่องจากตัวนี้ ยังไม่มีในประเทศไทย คุณหมอก็จะแนะนำให้ทานยาต้านไวรัส แต่ทั้งนี้ คุณหมอก็จะพิจารณาประเมินความเสี่ยงของการทานยาต้านเชื้อไวรัส กับโอกาสในการติดเชื้อเป็นรายบุคคลไป

                สำหรับความเชื่อที่ว่า "โรคสุกใส" เป็นแค่โรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเป็นก็แค่รับประทานยาเขียว ทำให้ตุ่มขึ้นมาเยอะ ๆ แล้วเดี๋ยวก็หายไปได้เอง จริง ๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด!! ดังนั้นทันทีที่สงสัยว่าคนใกล้ตัวหรือตัวเองจะเป็นโรคสุกใส ควรรีบไปพบคุณหมอ เพื่อที่จะรับประทานยาต้านไวรัสในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากยาต้านไวรัสสามารถช่วยได้มากในเรื่องการลดความรุนแรงของอาการและยังสามารถลดระยะเวลาการเกิดอาการได้อีกด้วย

 

 

ข้อมูลโดย : พญ.ณิชา ตั้งภาพงษ์

เรียบเรียงโดย : Medisci

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้