รอยสักเปลี่ยนชีวิต
     "รอยสัก" หลายๆ คนคิดว่าการสักนั้น ใช้สักเพื่อความสวยงามตามร่างกาย และมักสักกันในหมุ่คนที่ชื่นชอบเท่านั้นแต่คุณรู้หรือไม่ว่า รอยสักนั้นถูกใช้มานานมาก และในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำรอยสักมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์ ในการรักษาทางการแทพย์ได้อีกด้วย เลยกลายเป็นที่มาที่ว่า “รอยสัก เปลี่ยนชีวิต”
 
     รอยสัก มีมาตั้งแต่ยุคสมัยอียิปต์โบราณ มีหลักฐานการพบเจอรอยสักในมัมมี่ที่ถูกค้นพบ ถูกใช้แสดงถึงสัญลักษณ์ในการรักชาติ สักให้ทหารที่ไปออกรบ หรือชนเผ่าเมาลีในสมัยก่อนนั้น ก็มีการสักในเด็กที่เริ่มโตเป็นผู้ชาย สักเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงหมู่เหล่า นักรบ นักโทษ หรือสักตามความเชื่อในรูปแบบต่าง ในปัจจุบันรอยสักถูกนำมาใช้ในเรื่องของความสวยความงามมากขึ้น เช่น การสักคิ้วถาวร สักขอบตา ขอบปาก ริมฝีปาก และยังถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ ในการช่วยอำพรางจุดบกพร่องต่าง ๆ ของร่างกาย ในกรณีของคนที่มีปัญหารอยแผลเป็น  คนที่เป็นโรคด่างขาว ปัญหาผมร่วง หรือการสักขอบปากในคนที่เป็นโรคปากแหว่ง-เพดานโหว่ โดยเลือกสีในการสักที่ใกล้เคียงกับสีผิวมากที่สุด ถึงแม้ว่าการสักนั้นจะได้รับความนิยม แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป อันตรายหรือผลข้างเคียงที่เกิดจากการสักก็มีมากมายเช่น
• การติดเชื้อ อุปกรณ์ที่ใช้ทำการสัก สถานที่ หรือบริเวณผิวหนังที่สัก
    เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงเช่น เชื้อ HIV,
    เชื้อตับอักเสบซี หรือเชื้อที่สามารถติดต่อได้ทางเลือด รวมถึงวัณโรค
    บาดทะยัก ทำให้การสักในแต่ละครั้งนั้นต้องใช้ความระมัดระวัง
    ผู้ที่ทำการสักต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ การดูแลเรื่องของ
    ความสะอาดปลอดเชื้อ ทางด้านสถานที่ และอุปกรณ์ที่นำมาใช้ทำการสัก
 
• โรคผิวหนังที่เกิดจากการสัก การแพ้สารที่เกิดจากการสัก
    ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของคีลอยด์ หรือเนื้องอก เนื่องจากสีที่ใช้สักนั้น
    มีส่วนผสมของโลหะหนัก สารปรอท เหล็ก และโคบอลต์
    เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะฝังอยู่ในผิว นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังได้มากมาย

หลาย ๆ คนที่ทำการสักไปแล้วมีปัญหากับรอยสัก เช่น รอยสักไม่สวย ไม่ถูกใจ มีปัญหากับครอบครัว หรือแม้กระทั่งการทำงาน ก็มีหลากหลายวิธีที่สามารถทำการลบรอยสักได้
1.การใช้กรดกัด เช่น กรดไนตริก (Nitric acid), กรดซัลฟิวริก (sulfuric)
    สามารถนำมาใช้กัดสีที่เกิดจากการสักออกได้ ในกรณีที่รอยสักมี
    ขนาดเล็ก และไม่ใหญ่มาก
2.การตัดผิวหนังออก (Surgical Removal) ในกรณีที่ผิวหนังส่วนที่มีรอยสัก
    มีขนาดเล็กมาก ๆ หรือเป็นตำแหน่งที่ไม่สำคัญ สามารถทำการตัดผิวหนัง
    บริเวณนั้นออก และทำการเย็บให้สวยงามได้
3.การขัดลบรอยสัก (Dermabrasion) การขัดเอาผิวหนังหรือสีออก
    สามารถนำกระดาษทรายมาใช้ขัดสีรอยสักออกไปได้ ซึ่งต้องใช้
    กระดาษทรายที่มีคุณสมบัติพิเศษ และผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดี
    หรือการใช้เครื่องมือมากรอผิวในบริเวณที่มีรอยสักจะถูกขัด
    ด้วยอุปกรณ์พร้อมกับล้อหมุนหรือแปรงขัดที่มีความเร็วสูง
    ซึ่งจะทำให้หมึกที่ใช้สักออกไปจากผิวหนัง
4.การใช้เลเซอร์ลบรอยสัก (Laser Surgery) เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ประสิทธิภาพดี ปลอดภัย เห็นผลแน่นอน สามารถใช้ได้ในรอยสักทั้งขนาดใหญ่ เป็นการใช้พลังงานเลเซอร์ไปยังผิวหนังเพื่อให้น้ำหมึกที่ใช้สักลายแตกตัวเล็กลงและจะถูกขับออกจากร่างกาย ก่อนทำเลเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะเลือกชนิดของเลเซอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะของรอยสัก การลบรอยสักด้วยเลเซอร์จะมีประสิทธิภาพกับรอยสักที่มีหลาย ๆ สี แต่โดยรวมแล้วจะเหมาะกับการลบหมึกสีโทนเข้ม เช่น สีดำ แต่หมึกที่มีสีโทนสว่าง เช่น สีฟ้าอ่อน สีเหลือง สีแดงและขาว จะลบได้ยากกว่าหรือจะต้องทำหลายครั้งกว่า ซึ่งจำนวนครั้งของการใช้เลเซอร์ลบรอยสักนั้น ขึ้นอยู่กับสีใช้สัก ปริมาณของสี และวิธีในการสัก

ถึงแม้ว่าการใช้เลเซอร์ลบรอยสักจะได้ผลดี แต่ถ้าหากเราเลือกเลเซอร์ไม่ถูกประเภท ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เครื่องเลเซอร์ที่จะทำการลบรอยสัก ต้องใช้เครื่องที่ได้มาตราฐาน และเฉพาะเจาะจงในการลบรอยสักเท่านั้น รวมไปถึงการดูแลแผลหลังการลบรอยสักอีกด้วย ไม่ควรให้แผลถูกน้ำ ใส่ยาหรือรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามแกะหรือเกาแผล เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หลีกเลี่ยงการโดนแดด ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพราะฉะนั้น เวลาที่เราจะทำการสักทั้งที ต้องคำนึงให้ดี ไม่อย่างนั้นรอยสัก อาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลย

Powered by MakeWebEasy.com