ฟักข้าว
(Gac Fruit)
 
     ชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng.
จัดอยู่ในวงศ์แตง (CUCURBITACEAE) มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะข้าว
(แพร่), ขี้กาเครือ (ปัตตานี), พุกู้ต๊ะ (แม่ฮ่องสอน), ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ)
เป็นต้น เป็นไม้เลื้อยตามต้นไม้หรือตามรั้วบ้าน โดยมีชื่อเรียกกันต่างไป
เช่น ขี้กาเครือ (ปัตตานี) ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ) มะข้าว (แพร่) เป็นต้น

ฟักข้าว เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิด ตั้งแต่ประเทศจีนตอนใต้ พม่าไทย ลาว กัมพูชา
เวียดนาม มาเลเซีย บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์ฟักข้าว เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิด
ตั้งแต่ประเทศจีนตอนใต้ พม่าไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย
บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์ มี 2 ลักษณะคือ พันธุ์ผลรี กับพันธุ์ผลกลม
(พบมากในภาคใต้) พันธุ์ผลรี ก็ยังมีแตกต่างปลีกย่อยหลากหลายไปอีกมาก
อาจจะไม่เห็นความต่างเด่นชัดนัก (มข.นำมาวิจัย เกือบ 20 สายพันธุ์) เช่น ดูจากขนาดของผล, ความหนาของเยื่อหุ้มเมล็ด ฯลฯ ฟักข้าวพันธุ์ดั้งเดิมจะมีหนามเล็กๆ อยู่รอบผล บางพันธุ์จะแหลมมาก ผลอ่อนมีสีเขียว จะเจริญได้ต้องมีการผสมระหว่างดอกตัวผู้กับดอกตัวเมีย ต้นฟักข้าวมีการแยกเพศ เมื่อผลสุกจะมีสีแดง หรือแดงอมส้ม ภายในมีเมล็ดจำนวนมากเรียงตัว เยื่อหุ้มเมล็ด ฟักข้าวที่ปลูกในประเทศไทย ปริมาณความหนาของเยื่อหุ้มเมล็ดมีมาก-น้อยขึ้นกับสายพันธุ์และการดูแล บางพันธุ์มีเยื่อหุ้มเมล็ดมากถึง 144.62 กรัม/ผล , ในขณะที่บางพันธุ์มีเยื่อหุ้มเมล็ดแค่ 41 กรัม/ผล (ข้อมูลจากงานวิจัย ฯ ของ มข.)
 
สามารถขยายพันธุ์ มีหลายวิธึ เช่น ด้วยเมล็ด, แยกราก, ปักชำ, ทับเถา ฟักข้าวชอบความชื้นสูง (ประมาณ 70-80 %) เริ่มมีดอกหลังจากปลูกไปได้แล้วประมาณ 3-6 เดือน , พันธุ์ไทยมักจะให้ผลผลิตตลอดปี การเก็บเกี่ยวสามารถให้ผลประมาณ 0- 60 ผล/ปี ,ขึ้นอยู่กับสถานที่ปลูก และการดูแล ถ้าปลูกในสถานที่ที่โดนแดดน้อยกว่า 5 ชมหรือปริมาณแสงแดดน้อย เช่นปลูกบริเวณหมู่บ้านจัดสรรที่มีที่แคบๆ,มีต้นไม้ใหญ่หรือมีอะไรมาบังแสงแดดนั่งร้านฟักข้าว, ฯลฯ ฟักข้าวจะไม่ออกดอก หรือออกดอกน้อย
**คุณค่าทางโภชนา. ในประเทศไทยคนสมัยก่อนนำผลฟักข้าวอ่อนสีเขียว
เป็นอาหาร เนื่องจากรสชาติเนื้อฟักข้าว เหมือนมะละกอ
 
    วิธีการนำมารับประทานโดยการนำมาลวกหรือต้มให้สุก จิ้มกินกับน้ำพริก
หรือใส่แกง ส่วนยอดอ่อน ใบอ่อนนำมาเป็นผักได้ โดยการนึ่งหรือลวกให้สุก
เช่นเดียวกับผลอ่อนนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค หรือจิ้มน้ำพริก ในปัจจุบัน
จากงานวิจัยหลายแห่งพิสูจน์แล้วว่าการบริโภคเยื่อหุ้มเมล็ดของผลสุก
มีประโยชน์มากกว่าการบริโภคผลอ่อน เพราะในเยื่อหุ้มเมล็ด มีสารที่มี
ประโยชน์มากมาย เช่น สารต้านอนุมูลอิสระสูง, ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง
ต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร ฯลฯ
Powered by MakeWebEasy.com