ทางลัดขจัดมัน 
     ไม่เจอกันนาน อ้วนขึ้นนะ!!! เป็นประโยคที่ได้ยินเบาๆ ก็แทบกระอักเลือดแล้วค่ะ ไม่เจอกันนาน มาทักแบบนี้เล่นเอาเสียเซลฟ์กันไปเลย นี่เราอ้วนจริงๆหรอ แล้วจะขจัดไขมันนี้ได้อย่างไร หลาย ๆ คนประสบปัญหาน้ำหนักเกิน และไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่องท้อง ต้นแขน ต้นขา เป็นภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของปริมาณไขมันใต้ผิวหนังมากกว่าปกติ หรือเรียกกว่า “โรคอ้วน” ซึ่งมีผลกระทบต่อสุชภาพ โดยกลุ่มคนที่ภาวะโรคอ้วนนั้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานสูงกว่าคนปกติ 3-5 เท่า และยังนำไปสู่การ โรคหัวใจ  ความดันโลหิต  โรคมะเร็ง หรือฮอร์โมนทำงานผิดปกติอีกด้วย
การตรวจเช็คว่าเรามีความเสี่ยง หรือว่าเป็น โรคอ้วน หรือไม่ มีวิธีวัดหลายแบบ ดังนี้
 
2.การวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันที่สะสมในร่างกาย ( Body Fat )
   ปกติไขมันสะสมที่อยู่ตามร่างกายนั้นไม่ใช่แค่เรากินไขมันมากก็จะสะสม
ในร่างกายมาก แต่ขึ้นอยู่กับแคลอรี่ตอนทานเข้าอาหารและการเผาพลาญ
ของร่างกาย การทราบ % ของไขมัน คือ การทราบปริมาณของไขมัน
ในร่างกาย
 
การวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย วิธีการคำนวณด้วยสมการ
 
  % ปริมาณไขมันในร่างกายสำหรับผู้ชาย
       = (1.2 x ดัชนีมวลกาย) + (0.23 x อายุเป็นปี) – 16.2
  % ปริมาณไขมันในร่างกายสำหรับผู้หญิง
       = (1.2 x ดัชนีมวลกาย) + (0.23 x อายุเป็นปี) – 5.4
 
ในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวปกติจะมีปริมาณไขมันในร่างกาย (Body Fat)
 
ประมาณ 15–20% ในผู้ชาย
ประมาณ 25–30% ในผู้หญิง ปริมาณเปอร์เซ็นไขมันที่สูงเกินปกติ
จัดว่าอ้วน
3.การวัดรอบเอว
                ผู้หญิง   -   รอบเอวไม่เกิน 80 Cm.
                ผู้ชาย    -   รอบเอวไม่เกิน 90 Cm.
   ไขมันส่วนเกินที่สะสมในร่างกายนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องของความสวย ความงาม ความมั่นใจแล้ว  ยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ โดยทั่วไปการขจัดไขมันส่วนเกินนั้นคือการลดน้ำหนัก ซึ่งในส่วนของไขมันใต้ผิวหนังที่สะสมอยู่มาก สามารถขจัดไขมันได้โดยมีทางลัด ดังนี้
1.การดูดไขมัน  เป็นการขจัดไขมันได้รวดเร็ว เห็นผลทันที
แต่ก่อนทำการดูดไขมันนั้น ต้องมีการเตรียมร่างกาย ให้แข็งแรง
หลังจากทำเสร็จต้องมีเวลาพักรักษาตัวนาน ในกลุ่มการรักษานี้
อาจทำให้มีอาการเจ็บ จึงได้มีการพัฒนาโดยการนำเอาเทคโนโลยี
เข้ามาช่วย
 • เทคโนโลยี RFAL TM (Radio – Frequency Assisted Liposuction)
คือ การใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency) ที่ความถี่ 1 MHz
ชนิด 2 ขั้ว (Bipolar) พลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุนี้จะเปลี่ยนเป็น
พลังงานความร้อนที่เนื้อเยื่อผิว อุณหภูมิของผิวบริเวณที่ทำการรักษาจะถูก
กระตุ้นให้สูงขึ้นไม่เกิน 45° C วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ
และลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยเซลล์ไขมันบริเวณที่ถูกทำลาย
จะสลายเป็นน้ำมัน(melt fat) อย่างรวดเร็ว และถูกดูดออกมาอย่างง่ายดาย
โดยผ่านท่อขนาดเล็กที่ติดกับตัวอุปกรณ์ อาจจะมีไขมันส่วนเล็กน้อย
เท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ภายใน แต่ก็จะถูกกำจัดออกจากร่างกายตาม
กระบวนการทางธรรมชาติ
 
 
2. เทคโนโลยีที่ใช้ความเย็น การฆ่าเซลล์ไขมันใต้ผิว
โดยใช้เทคโนโลยีความเย็น แบบไม่เจ็บตัว ไร้บาดแผล เห็นผลและปลอดภัย
ด้วยกระบวนการไครโอไลโปไลซิส (Cryolipolysis™) ภายใต้การทำงาน
ของคูลสเคาน์ในระยะเวลาที่เหมาะสมทำให้เซลล์ไขมันแข็ง
และตายในที่สุดชั้นไขมันจึงบางลง หลังถูกทำให้ตายไปจะไม่ถูกสร้าง
ขึ้นใหม่หรือกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีก การกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้จึงทำให้
ลดจำนวนเซลล์ไขมันให้หายออกไปจากร่างกายเราคล้ายการดูดไขมัน
 
 
3.เทคโนโลยีคลื่นเสียง หรือHIFU(High-Intensity Focused Ultrasound)
เป็นการส่งพลัง งานคลื่นเสียงลงไปที่จุดที่เราต้องการ
ปล่อยออกไปเป็นจุดเล็ก ๆ ด้วยความถี่สูง
สามารถลงไปในระดับลึกของชั้นผิว สู่ชั้นไขมัน
เพื่อเข้าไปทำลายเซลล์ไขมัน และทำให้ไขมันสลายไป
 
  อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามา
ช่วยในการสลายไขมันที่สะสมตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย
แต่ทางที่ดีที่ควรปฏิบัติ คือการควบคุมน้ำหนักด้วยตัวเอง
เพราะการใช้เทคโนโลยีการสลายไขมันนั้น อาจทำให้เซลล์ไขมันต่าง ๆ
หายไป แต่ก็สามารถกลับมาสะสมเหมือนเดิมได้อีก
หากเราไม่ทำการควบคุมน้ำหนักด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการดูแบสุขภาพ
ลดการอักเสบของร่างกาย ออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร
เพื่อให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคอ้วน

Powered by MakeWebEasy.com